ฉีดโบท็อกอันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงอย่างไร ? แต่ละตำแหน่งมีความเสี่ยงเท่ากันไหม ? เป็นข้อสงสัยที่คนไข้มักจะกังวลถึงผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกครับ สำหรับบทความนี้หมอจะมาให้ข้อมูลแบบเจาะลึกถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดอันตรายจากการฉีดโบท็อก อาการผลข้างเคียง ข้อปฏิบัติ และวิธีการเลือกคลินิกฉีดโบท็อก ที่ไหนดี ให้ผลลัพธ์ปลอดภัย ก่อนตัดสินใจฉีดควรรู้ครับ
สารบัญ ฉีดโบท็อกอันตรายไหม
ฉีดโบท็อก อันตรายไหม ?
การฉีดโบท็อก มีกระบวนการที่ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ประเมินจำนวนยูนิตเหมาะสมกับปัญหา และใช้ตัวยาโบท็อกแท้ที่ได้มาตรฐาน สามารถสลายเองได้ 100% ไม่มีสารตกค้าง มีความปลอดภัยสูง
ส่วนอันตรายที่เกิดจากการฉีดโบท็อก มักเป็นเคสที่คนไข้ไปฉีดกับหมอกระเป๋า ฉีดโบท็อกผิดวิธี หรือใช้โบท็อกปลอม ตัวยาไม่ได้คุณภาพ ฉีดแล้วนอกจากจะไม่ได้ผลลัพธ์สวยงามตามที่ต้องการ ยังอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ รวมทั้งเป็นสาเหตุของการดื้อโบท็อกได้ด้วยครับ
ฉีดโบท็อก มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดโบท็อก มีดังนี้
- ปวดหัว ตาพร่า คอแห้ง ซึ่งผลข้างเคียงนี้เป็นแค่ชั่วคราว ไม่อันตราย หายได้เองใน 7-14 วัน หากอาการเป็นมาก สามารถปรึกษาแพทย์ได้ครับ
- ฉีดโบท็อกแล้วหน้าแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ เกิดจากการฉีดโบท็อกปริมาณมากเกินพอดี
- ฉีดโบท็อกแล้วปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด พบได้ไม่บ่อยครับ แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ มักเกิดกับเคสที่ฉีดโบท็อกกับแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ ฉีดไปโดนกล้ามเนื้อสำคัญบนใบหน้า ทำให้หลังฉีดปากเบี้ยว ยิ้มไม่ได้ หรือยิ้มได้ไม่สุด
- ฉีดโบท็อกแล้วหนังตาตก เกิดจากฉีดใกล้เปลือกตาด้านบน แก้ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหนังตาอ่อนแรงและหนังตาตกลงมาได้
- อักเสบติดเชื้อหลังฉีดโบ กรณีนี้มักเกิดจากคนไข้เลือกฉีด Botox กับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือฉีดกับหมอกระเป๋า ฉีดโบท็อกซ์ปลอม โบท็อกซ์หิ้ว ใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาด ปลอดเชื้อ
ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อก ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกเคส และสามารถป้องกันได้ครับ ก่อนฉีดโบท็อกควรเลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ฉีดโบกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ประเมินปริมาณยาได้อย่างเหมาะสม รู้ตำแหน่งที่ฉีดอย่างแม่นยำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยครับ
สิ่งที่จะทำให้เกิดอันตรายจากการฉีดโบท็อกมีอะไรบ้าง ?
อันตรายจากการฉีดโบท็อกซ์เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังและควรพิจารณาให้ละเอียดก่อนทำการฉีด โดยเฉพาะสิ่งที่จะทำให้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ ดังนี้
1. หมอกระเป๋า หมอปลอม
การฉีดโบท็อก ไม่ใช่จะฉีดกับใครก็ได้ครับ แพทย์ผู้ฉีดต้องมีความรู้ ความชำนาญด้านการฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า หากไปฉีดกับแพทย์ขาดประสบการณ์ หมอเถื่อน หมอกระเป๋า ซึ่งไม่มีความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของใบหน้า ไม่รู้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ฉีดไม่ตรงตำแหน่ง อาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง อีกทั้งในกรณีที่เกิดความผิดพลาด ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้คนไข้ได้อย่างทันท่วงทีครับ
2. โบท็อกปลอม โบท็อกหิ้ว
ปัจจุบันโบท็อกปลอม หรือยาปลอม ยาหิ้ว ยังคงมีให้เห็นกันในท้องตลาดอยู่ครับ เพราะว่าราคาถูกและเข้าถึงได้ง่าย สามารถหาซื้อได้ตามอินเทอร์เน็ต แต่คุณภาพและการเก็บรักษาตัวยาโบท็อกนั้นไม่ได้มาตรฐาน ทำให้คุณภาพของโบท็อกเสื่อม ฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือฉีดแล้วเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้
3. คลินิกไม่ได้มาตรฐาน
คลินิกเถื่อนที่ไม่ได้มาตรฐาน มักเปิดให้บริการอย่างผิดกฎหมาย ขาดการควบคุมและการดูแลทางการแพทย์ อุปกรณ์ไม่สะอาดหรือมีสภาพที่ไม่พร้อมใช้งาน การเข้ารับบริการในคลินิกเหล่านี้ แม้จะมีราคาถูกกว่าคลินิกชั้นนำ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น อักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่ฉีด
4. การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกไม่ถูกต้อง
การเตรียมตัวไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เช่น รอยฟกช้ำ อาการระคายเคือง โบท็อกเข้าที่ช้า ฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือเห็นผลแต่ไม่ชัดเจนครับ หมอแนะนำข้อปฏิบัติก่อนฉีดโบท็อก เพื่อความปลอดภัย คนไข้ควรเตรียมตัวดังนี้
- ศึกษาข้อมูลการฉีดโบท็อก คืออะไร มียี่ห้อไหนบ้าง รวมถึงวิธีการดูโบท็อกของแท้ของปลอม
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี
- หากมีคอร์สทำหน้า นวดหน้า หรือคอร์สเลเซอร์ที่ต้องทำเป็นประจำ ควรถือโอกาสทำมาก่อนฉีดโบท็อก เพราะหลังฉีดจะต้องงดไป 2 สัปดาห์
- ควรงดยาในกลุ่มที่ลดการแข็งตัวของเลือดเช่น NSAIDs, แอสไพริน และงดสครับหน้า 2-3 วันก่อนฉีด จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเขียวช้ำ
- หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนฉีดโบท็อกซ์
- ทานอาหารที่มีธาตุสังกะสี หรืออาหารเสริม แต่ไม่ควรกินเกิน 20 mg/วัน ซึ่งจะช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้ไวขึ้น อยู่ได้นานขึ้น
อันตรายจากการฉีดโบท็อกแต่ละตำแหน่ง เท่ากันไหม ?
อันตรายจากการฉีดโบท็อกซ์แต่ละตำแหน่งไม่เท่ากันครับ เนื่องจากความเสี่ยงและผลข้างเคียงอาจเกิดขึ้นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด
ตำแหน่งที่เสี่ยงอันตรายน้อย
- หน้าผาก เป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและไม่ใกล้กับเส้นประสาทหรือหลอดเลือดสำคัญ
- หางตา เป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นกัน แต่ต้องฉีดอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการไหลของโบท็อกซ์ไปยังกล้ามเนื้อที่ควบคุมการกะพริบตา
- คิ้ว การฉีดโบท็อกซ์ที่คิ้วอาจมีความเสี่ยงเล็กน้อยในการทำให้คิ้วตก แต่โดยทั่วไปแล้วถือว่าปลอดภัยครับ
ตำแหน่งที่มีความเสี่ยงปานกลาง
- กราม หากฉีดโบท็อกกรามผิดตำแหน่ง ใช้ปริมาณยาไม่เหมาะสม หรือมีเหตุทำให้ตัวยากระจายไปเกาะบริเวณกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ ก็จะทำให้มีผลข้างเคียง เช่น ปากเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มไม่ขึ้น ยิ้มไม่สุด
- จมูก การฉีดโบท็อกซ์ที่จมูกอาจมีความเสี่ยงในการทำให้จมูกเบี้ยวหรือหายใจลำบากได้ หากฉีดผิดตำแหน่งหรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไป
ตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูง
- รอบดวงตา การฉีดโบท็อกใต้ตาต้องอาศัยเทคนิคและความพิถีพิถันในการฉีด หากแพทย์มีประสบการณ์ไม่มากพอ เลือกใช้ยี่ห้อโบท็อกไม่เหมาะสม ฉีดแล้วอาจทำให้ตาแข็ง ตาปรือ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาได้ครับ
ดังนั้น จึงควรเลือกฉีดโบท็อกซ์กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และมีความรู้ความเข้าใจในกายวิภาคของใบหน้าอย่างดี เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ
ฉีดโบท็อกแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น มีความเสี่ยงต่างกันไหม ?
ความเสี่ยงจากการฉีดโบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น อาจมีความแตกต่างกันได้บ้าง แต่โดยทั่วไปแล้ว ความเสี่ยงหลัก ๆ จะคล้ายคลึงกันครับ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ส่วนประกอบและความบริสุทธิ์ของโบท็อกซ์ ปริมาณหน่วยของโบท็อกซ์ และเทคนิคการฉีดของแพทย์ครับ
โบท็อกซ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของประเทศต่าง ๆ ถือว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการใช้งาน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงของผลข้างเคียงได้เช่นกันครับ
วิธีสังเกตผลข้างเคียงจากโบท็อกด้วยตัวเอง
หลังฉีดโบท็อก อาจมีอาการบวมเข็มเล็กน้อยตรงจุดที่ฉีด รวมทั้งอาจมีอาการปวด เมื่อย เกิดขึ้นได้เป็นปกติ ไม่จัดว่าเป็นผลข้างเคียงแต่อย่างใดครับ ซึ่งจะสามารถหายไปได้เองภายในประมาณ 2-3 วัน
ส่วนในกรณีที่พ้นช่วงอาการบวมแล้ว คนไข้ยังมีอาการฉีดโบท็อกแล้วปากเบี้ยว ตาตก ยิ้มไม่สุด มีอาการแพ้ หรืออักเสบติดเชื้อ ถือเป็นผลข้างเคียงที่ผิดปกติ มักเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากความไม่ชำนาญของแพทย์ ปริมาณโบท็อกที่ใช้ไม่เหมาะสม หรือการใช้โบท็อกปลอมในการฉีดครับ
ข้อปฏิบัติหากพบผลข้างเคียงจากโบท็อก
หากพบผลข้างเคียงหลังจากการฉีดโบท็อกซ์ คนไข้ควรปฏิบัติดังนี้
- ปรึกษาแพทย์ทันที : หากมีอาการผิดปกติหรือไม่สบายใจ ควรติดต่อแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์ทำการประเมินอาการและวางแผนการดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสม
- ดูแลตัวเอง : หลังฉีดโบหากมีอาการเล็กน้อย เช่น บวมหรือแดงบริเวณที่ฉีด ควรระวังและดูแลตนเองให้ดีโดยการพักผ่อนให้เพียงพอ และป้องกันไม่ให้เกิดอาการแสบร้อนหรือความผิดปกติเพิ่มเติม
- ติดตามอาการ : หลังการปฏิบัติตามข้อแนะนำข้างต้น ควรติดตามอาการที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบว่าอาการมีการดีขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไร
การปฏิบัติตามข้อแนะนำนี้จะช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้การฉีดโบท็อกซ์ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ
ฉีดโบท็อก ที่ไหนดี ? เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย
ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อก ที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกฉีดโบท็อกอย่างไร ให้ปลอดภัยและไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง หมอแนะนำให้พิจารณาจากเช็กลิสต์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- ต้องเป็นคลินิกที่มีใบอนุญาตรับรองอย่างถูกต้อง เปิดให้บริการอย่างถูกกฎหมาย อุปกรณ์และเครื่องมือมีความทันสมัยพร้อมให้บริการ สะอาด ปลอดเชื้อ
- หมอมีประสบการณ์ เป็นแพทย์ประจำคลินิก (full-time) มีความชำนาญด้านการฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า และมีเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่สามารถตรวจสอบได้
- ฉีดโบท็อกซ์แท้ ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น ก่อนฉีดควรให้หมอ แกะกล่องใหม่ ผสมยา ให้ดูต่อหน้า และขอกล่องกลับบ้าน สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโบท็อกแท้
- ควรมีรีวิวเปรียบเทียบผลการฉีดโบท็อกทั้ง ก่อน-หลังทำ ที่คนไข้เป็นคนโพสต์ หรือ Feedback ในช่องทางที่เป็นกลาง เช่น รีวิวติดดาวใน Facebook รีวิวติดดาวใน Google maps หรือตาม Website ต่าง ๆ
- คลินิกมีการให้ข้อมูลรายละเอียดอย่างครบถ้วน ชัดเจน ตรงไปตรงมา คุณหมอช่วยให้คำแนะนำต่าง ๆ แก่คนไข้โดยตรง เช่น การดูแลตัวเองก่อน–หลังฉีดโบท็อก รวมทั้งมีการนัดหมายเพื่อติดตามผลหลังจากฉีดเสร็จแล้ว
- คลินิกควรมีช่องทางติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Line@ หรือ Facebook สำหรับให้คนไข้สามารถสอบถามหรือทำการนัดหมายได้อย่างสะดวก
สรุป
ฉีดโบท็อกอันตรายไหม ? คำตอบคือการฉีดโบท็อกเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยครับ แต่ต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ใช้ผลิตภัณฑ์โบท็อกแท้ ที่ผ่าน อย.เท่านั้น และที่สำคัญคนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายและช่วยให้การฉีดโบท็อกซ์ได้ผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่า ปลอดภัยมากที่สุดครับ
สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ