
ไขข้อสงสัยฉีดร่องแก้ม อันตรายไหม
แม้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะถูกยอมรับว่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่หมอเชื่อว่ายังมีหลายคนที่กังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่บ้าง เพราะทุกวันนี้เราเห็นรีวิวในโซเชียลเยอะมาก บางคนฉีดแล้วสวย หน้าดูเด็กลง 10 ปี แต่บางคนฉีดแล้วเป็นก้อน ร่องแก้มดูลึกกว่าเดิม หรือหนักสุดบางคนมีอาการเนื้อตาย ผิวเปลี่ยนสี
สรุปแล้วฉีดร่องแก้ม อันตรายไหม ? อาการเหล่านี้เกิดจากอะไร ? จะรู้ได้อย่างไรว่าปลอดภัย ? เลือกคลินิกไหนดี ? แล้วถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาจะทำยังไง ? ในบทความนี้หมอจะมาให้คำตอบครับ
สารบัญ ฉีดร่องแก้ม อันตรายไหม
โดยทั่วไปแล้ว ฉีดร่องแก้ม อันตรายไหม ?

ฉีดร่องแก้ม อันตรายไหม ? โดยทั่วไปไม่อันตรายครับ หากเลือกทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์

ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันผลิตจากกรดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้เข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อ หลังจากนั้นจะสลายไปเองตามธรรมชาติภายใน 2 ปี ลดโอกาสการเกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงรุนแรง
นอกจากนี้ หากเกิดปัญหาหลังฉีด เช่น ฟิลเลอร์เกินปริมาณหรือเกิดก้อนใต้ผิว ก็สามารถแก้ไขได้ง่ายด้วยการฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ซึ่งช่วยสลายฟิลเลอร์ออกจากร่างกายได้อย่างปลอดภัยครับ
คนไข้สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายไหม ? ใช้กี่ CC อยู่ได้นานไหม ? ควรรู้อะไรก่อนฉีด ? ได้จากบทความที่หมอแนะนำด้านล่างนี้ได้เลยครับ
บทความแนะนำ
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม อาจเป็นอันตรายในกรณีใดบ้าง ?

แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางกรณีครับ เช่น
- ใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. อาจมีสารปนเปื้อนหรือไม่บริสุทธิ์ ซึ่งเสี่ยงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ และอาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเสียหายถาวร
- ฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง
หากฟิลเลอร์ถูกฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่ผิด หรือเข้าใกล้เส้นเลือดสำคัญ อาจเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตัน ส่งผลให้บริเวณนั้นขาดเลือด และอาจทำให้เนื้อเยื่อตายได้ หากรุนแรงอาจส่งผลต่อดวงตา ทำให้สูญเสียการมองเห็น
- ฉีดโดยแพทย์ที่ขาดประสบการณ์
การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ต้องใช้ความรู้และความชำนาญสูง หากฉีดโดยผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพหรือขาดประสบการณ์ อาจเสี่ยงต่อการฉีดผิดชั้นผิว หรือใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- การติดเชื้อ
หากกระบวนการฉีดไม่สะอาดเพียงพอ เช่น การใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในบริเวณที่ฉีด ส่งผลให้เกิดอาการบวมแดง ปวด หรือในกรณีรุนแรงอาจต้องผ่าตัดเพื่อรักษา
- อาการแพ้ฟิลเลอร์
แม้จะพบได้น้อยมาก แต่ในบางกรณี ผู้รับการฉีดอาจเกิดอาการแพ้ต่อฟิลเลอร์ เช่น มีผื่นคัน บวมแดง หรือรอยช้ำที่ไม่หายไปตามปกติ

ข้อควรรู้ : สภาพผิวและร่างกายของคนไข้ก็มีส่วนสำคัญ ถ้ามีการอักเสบ เป็นโรคผิวหนัง หรือมีแผลบริเวณที่ฉีด แนะนำให้เลี่ยงทำหัตถการในช่วงนั้น ควรรักษาให้หายก่อน และหากมีอาการผิดปกติหลังการฉีด เช่น บวมแดงหรือปวดมากผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อรักษาได้อย่างทันท่วงทีครับ
อันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อฉีดร่องแก้ม มีอะไรบ้าง ?
อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม หมอจะเขียนอธิบายโดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับครับ คือผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้บ่อยแต่ไม่รุนแรง และภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้บ่อยแต่ไม่รุนแรง
ผลข้างเคียงทั่วไปที่พบหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม มักไม่รุนแรงและหายได้เอง เช่น อาการบวม แดง รอยช้ำ คัน และ อาการซึ่งเกิดจากเข็มสัมผัสกับเส้นเลือดใต้ผิวหนัง อาการเหล่านี้สามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวังและควรได้รับการดูแลจากแพทย์ทันที ได้แก่
- การอุดตันของเส้นเลือด ซึ่งอาจทำให้ผิวเปลี่ยนสี หรือเจ็บปวดผิดปกติ หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลา อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นตาย หรือในกรณีรุนแรง อาจส่งผลต่อการมองเห็น
- การอักเสบและติดเชื้อ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง มีอาการบวมแดง ร้อน หรือปวดในบริเวณนั้น ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากกระบวนการฉีดไม่สะอาดเพียงพอ
- การแพ้สารฟิลเลอร์ เช่น มีผื่นแดง คัน หรือบวมผิดปกติ ซึ่งพบได้น้อยมากในกรณีที่ใช้ฟิลเลอร์แท้
ควรฉีดร่องแก้มกี่ CC ? ให้เห็นผล และไม่อันตราย
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดร่องแก้ม ขึ้นอยู่กับระดับของปัญหาร่องแก้มของแต่ละบุคคลครับ ทั้งความลึกของร่องแก้ม โครงสร้างใบหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยทั่วไปแพทย์จะประเมินปัญหาและแนะนำปริมาณที่เหมาะสม ดังนี้
- คนที่มีร่องแก้มไม่ลึกมาก อาจใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 1-2 CC หรือเริ่มต้นที่ 0.5-1 CC ต่อข้างถือว่าเหมาะสม และปลอดภัยครับ เพราะสามารถเพิ่มปริมาณได้ในครั้งถัดไปหากผลลัพธ์ยังไม่เป็นที่พอใจ
- คนที่มีร่องแก้มลึก ร่วมกับมีการทรุดตัวของกระดูกใต้ตา หรือคนที่มีอายุ 40++ ต้องการเติมร่องแก้มให้ตื้นขึ้น อาจใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 3-4 CC รวม 2 ข้าง เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เติมเต็มร่องลึก และปรับรูปหน้าให้สมดุลมากขึ้น
ทั้งนี้หากมีปัญหาร่องแก้ม ไม่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเพียงอย่างเดียวครับ สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ เช่น การทำ Hifu หรือ การร้อยไหม ก็จะช่วยลดการใช้ปริมาณฟิลเลอร์ลง และได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ในจุดนี้หมอจะช่วยประเมินและแนะนำให้ตามความเหมาะสมครับ
ฉีดร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน อันตรายไหม แก้ไขได้หรือไม่ ?

ฉีดร่องแก้ม อันตรายไหม หากฉีดแล้วเกิดเป็นก้อน แก้ไขได้หรือไม่ ?
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน โดยทั่วไปถือว่าไม่อันตราย และสามารถแก้ไขได้ครับ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าฟิลเลอร์เป็นก้อนจากสาเหตุอะไร ซึ่งจะต้องประเมินเป็นเคส ๆ ไป เช่น
- เกิดจากแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้นผิว ฉีดตื้นเกินไป
- เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกิน
- เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์หิ้ว พอนาน ๆ ไป ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน หรือเกิดการอักเสบ
- เกิดจากการดูแลตัวเองที่ไม่เหมาะสม เช่น นวด บีบ หรือกดบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก ทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวและจับตัวกันเป็นก้อน
- ในบางกรณี อาการบวมหลังฉีดอาจทำให้รู้สึกเหมือนมีก้อนอยู่ใต้ผิว ซึ่งมักจะค่อย ๆ ยุบตัวและเข้าที่ภายใน 1-2 สัปดาห์
สำหรับวิธีแก้ไขฟิลเลอร์เป็นก้อนนั้นก็ต้องดูเป็นกรณีเช่นกันครับ หากเป็นฟิลเลอร์แท้สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีด Hyaluronidase เพื่อไปสลายฟิลเลอร์ออกบางส่วนหรือทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย
แต่ถ้าเป็นฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถฉีดสลายได้ครับ ต้องขูดหรือผ่าตัดออก ยิ่งถ้าคนไข้ฉีดมานานจนกลายเป็นพังผืดเกาะ ก็จะเอาออกได้เพียง 60-70% เท่านั้น ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะขูดหรือผ่าตัดโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาทที่สำคัญได้
ดังนั้น การเลือกใช้บริการจากคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในผลลัพธ์ หากเกิดปัญหา ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการแก้ไขที่เหมาะสม และปลอดภัยครับ
แนวทางการเลือกคลินิกฉีดร่องแก้ม ให้ปลอดภัย ไม่อันตราย

การเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี ย่อมส่งผลต่อความปลอดภัย ผลลัพธ์ที่ได้ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ได้ครับ
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจ ควรพิจารณาแนวทางการเลือกคลินิกฉีดร่องแก้ม ให้ปลอดภัย ไม่อันตราย ซึ่งคนไข้สามารถพิจารณาได้ดังนี้ครับ
- คลินิกต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตประกอบการที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข
- แพทย์ต้องมีประสบการณ์ และมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยสามารถตรวจสอบชื่อแพทย์ได้จากแพทยสภา
- ฟิลเลอร์ที่ใช้ต้องเป็นของแท้ นำเข้าจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.)
- มีรีวิวหรือคำแนะนำของผู้ที่เคยใช้บริการในคลินิกนั้น ๆ เช่น จากเว็บไซต์หรือเพจ Facebook ของคลินิก เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพการให้บริการและผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
- มีบริการติดตามผลหลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาหรือผลข้างเคียง และสามารถปรึกษาแพทย์ได้หากเกิดความกังวล

ข้อควรรู้ : สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ ต้องฉีดกับแพทย์จริง ๆ เท่านั้น คนไข้สามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ ได้ที่แพทยสภา https://checkmd.tmc.or.th/ โดยการนำชื่อและนามสกุลเข้าไปตรวจสอบโดยตรงที่เว็บได้เลยครับ
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ไม่ให้เกิดผลข้างเคียง

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็ว ลดอาการบวมช้ำ และป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอดังนี้ครับ
- ควรดื่มน้ำมาก ๆ (1.5-2 ลิตร/วัน) เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่อุ้มน้ำ การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ดูฟู ได้รูป และอยู่ได้นานมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส บีบ นวด บริเวณที่ฉีด 7-14 วัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการอักเสบ และป้องกันการเคลื่อนย้ายของฟิลเลอร์ไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ บุหรี่ อย่างน้อย 48 ชม. เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เส้นเลือดขยายตัว ส่งผลให้แผลหายช้าลง และอาจเกิดการอักเสบได้ง่าย
- งดกิจกรรม หรือออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างน้อย 48 ชม. เพื่อป้องกันอาการบวมแดงในบริเวณที่ฉีด
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางหลังฉีด 24 ชม. เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการติดเชื้อได้
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ร้อนลงหน้า เช่น เลเซอร์ RF หรือไอออนโต 1 เดือน เพราะความร้อนอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น หรือทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่คงทน
สรุปเรื่องฉีดร่องแก้ม อันตรายไหม
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นวิธีแก้ร่องแก้มลึกที่เห็นผลเร็ว ปลอดภัยสูง และเมื่อเทียบฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ราคากับผลลัพธ์แล้ว ถือว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนมากครับ
แต่แม้ว่าจะปลอดภัยแค่ไหน คนไข้ก็ยังต้องให้ความสำคัญกับการเลือกคลินิกและแพทย์ด้วย เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยที่สุด
สำหรับใครที่กำลังสนใจการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม และยังไม่มั่นใจหรือมีคำถามเพิ่มเติม สามารถปรึกษาหมอก่อนได้ครับ เพื่อให้หมอช่วยประเมินสภาพผิว และแนะนำวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละเคสครับ
สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
